ฉันเชื่อว่า...ความรัก
 
หากมันได้มีโอกาสเกิดขึ้นมาแล้ว...ครั้งหนึ่ง

ไม่ว่าจะดีหรือร้ายแค่ไหน

เราต่างก็ไม่เคยต้องการให้มันเป็นเพียงแค่ “วันผ่าน
” 

 

แต่ถ้าวันหนึ่ง...วันที่ความรักต้องจบลงด้วยการเลิกรา
และทิ้งให้ “ใครบางคน” เจ็บจมอยู่กับทะเลน้ำตาของความฝันแตกสลาย
จำเป็นด้วยหรือ...ที่เราจะต้องกอดเก็บเรื่องราวความหลังครั้งเก่าเอาไว้
ให้เป็นเหมือนหินก้อนใหญ่ ที่ถ่วงตัวเองไว้จนจมลงไปในคืนวันของความเจ็บช้ำ
ก่อนที่จะสำลักน้ำตาตายไปพร้อมๆ กับคำพูดที่ว่า
“ชีวิตนี้...คงรักใครไม่ได้อีกแล้ว” 

 
ใครหลายคนไม่สามารถเริ่มต้นใหม่ท่ามกลางซากปรักหักพังของความรักครั้งเก่า
ด้วยเพราะมัวแต่ยึดติดและโหยหาจนไม่อาจถอนใจ
ในขณะที่ใครบางคนก็ถูกความรักครั้งนั้นทำร้ายให้เจ็บปวดเสียจน
จากที่เคย “ศรัทธา” มากถึงขนาดแม้แต่ “ชีวิต” ก็ยอมแลกให้ได้
ก็กลับกลายเป็นเข็ดขยาดและหวาดกลัวเสียจนไม่เหลือ “ความเชื่อ” ในรักนั้นอีก


ไม่แปลกหรอก...
ใครๆ ต่างก็ต้องมีช่วงเวลาอันแสนบอบช้ำเอาไว้สำหรับ
“การทำใจ” กันทั้งนั้น
เพียงแต่ในขณะที่ “เวลา” เดินผ่าน
น้ำตาที่ค่อยๆ แห้งเหือด...และหัวใจที่ค่อยๆ เข้มแข็งขึ้นอย่างช้าๆ
การกลับมาของรอยยิ้มที่อาจจะไม่สดชื่นแจ่มใสได้เหมือนวันเก่า
มักจะมีอะไรบางอย่างสูญหายไปพร้อมๆ กับความสูญเสียเสมอ

โดยเฉพาะ “ความหวัง” และ “ความเชื่อมั่น” ในคำว่า “รัก”

 

ในขณะที่โลกพาความรักหมุนรอบตัวเรา

จะไม่มีอะไรช่วยเยียวยารักษาหัวใจให้ดีขึ้นได้เลย

หากเราโยนหัวใจตัวเองให้หายไปพร้อมกับความรักครั้งเก่า

 

อย่างไรก็แล้วแต่...เราไม่เคยหนี “ความรัก” ได้พ้น
ไม่ว่าลึกๆ ในใจจะเจ็บปวดมากแค่ไหนก็ตาม

เราต้องเริ่มต้นใหม่ มีความรักครั้งใหม่ และดำเนินชีวิตต่อไปอย่างคนที่ไม่จมปลัก 
 

แม้จะแอบคิดถึงรักครั้งเก่าและเกิดคำถามกับใจว่า
เป็นเพราะ “ความรัก” ไม่ใช่หรือ...ที่เราไม่อยากสูญเสีย
เพราะ “คุณค่า” ของ “ความผูกพัน” ที่มันเคยมีอยู่ไม่ใช่หรือ...ที่ทำให้ยากจะตัดใจและเพราะ “ความทรงจำ” ที่มีอยู่เต็มในห้องหัวใจดวงนี้ไม่ใช่หรือ...ที่เราอยากจะรักษามันเอาไว้

 

สุดท้ายแล้ว...เราก็ต้องกลับมาสู่โลกแห่งความเป็นจริง

ความจริงที่จะย้ำเตือนให้รารู้ว่า เมื่อ “ความรัก” หายไป แต่ “หัวใจ” ยังคงอยู่

ชีวิตที่เหลือทั้งชีวิตยังสามารถ “มีรักครั้งใหม่ได้”

 “เลือก”
“ตามหา”

และ “ปฏิบัติ” ต่อความรักครั้งใหม่ได้อย่างถูกทิศทาง


 


รักดีๆ ยังมีอยู่ไหม ?
โดย: มาบุชี่
ขอบคุณบทความจากทำดีดอทเนต

 

คุณรักตัวเองเป็นไหม? คำถามง่ายๆ ที่อาจทำให้คุณ ต้องกะพริบตาปริบๆ ก่อนนิ่งไป พักใหญ่ ไม่ใช่เรื่องแปลกหากคุณไม่แน่ใจ เพราะการรักตัวเอง 'เป็น' กับสัญชาตญาณรัก แบบเห็นแก่ตัวนั้น มีความหมายใกล้ กันแค่คืบ

      ความสัมพันธ์ที่เรียกว่า 'ฉันรักเขา' ดูจะเป็นตัวบ่งบอกได้ชัดเจนที่สุด ถ้าคุณอยากจะวัดปริมาณความรักที่ คุณมีต่อตัวเอง คุณสามารถ เอาเรื่องรักกุ๊กกิ๊กระหว่างเขาและคุณมาเป็นข้อชี้ชัดได้ ถ้าคุณกำลังเข้าข่ายหน้ามืด ตามัว มองว่าหนุ่มของคุณคือพ่อเทพบุตรมาโปรด กรณีนี้ขอให้คุณจงรับรู้เอาไว้ ว่าคุณกำลังเข้าข่ายไม่ซื่อ (สัตย์) กับตัวเองเสียแล้ว หรืออีกนัยหนึ่งคุณกำลังละทิ้งหน้าที่สำคัญที่ควรทำเป็นที่สุด นั่นคือการ 'รักตัวเอง' ซึ่งมีค่ามากกว่าสิ่งไหน
    บทความนี้จะเป็นเพียงข้อชี้แนะเล็กๆ เพื่อให้คุณได้ค้นพบว่า เมื่อคุณมอบ 'ความรัก' ให้ใครสักคน ทัศนคติที่คุณมีต่อเขาจะต้องเปลี่ยน ไปด้วย แน่นอนว่าไม่ใช่เพื่อใคร...ก็เพื่อตัวคุณเองนั่นแหละ

ปรับทัศนคติ คิดเชิงบวกให้มากๆ
         ข้อนี้สำคัญมาก ถือว่าเป็นพื้นฐานในการที่คุณจะรักตัวเอง การปรับทัศนคติย่อมส่งผลให้ตัวคุณเป็นผู้หญิง ที่มองอะไรกว้างขึ้น เพราะการคิดในเชิงบวกคือการหว่านพืชทางด้านความคิด มองอะไรเป็นเหตุเป็นผล แต่ ก่อนอื่นคุณต้องยินดีที่จะทำการเปลี่ยนแปลงด้วย ในกรณีนี้คุณอาจเริ่มต้นด้วยมองชายหนุ่มของคุณเป็นเพียง ผู้ชายคนหนึ่ง ที่เขามีความรักให้กับคุณและคุณ ก็มีความรักให้กับเขา (ในระดับเท่าๆ กัน) อย่าได้เผลอคิดไป ว่า คุณรักเขาเหลือเกิน (พยายามอย่าคิดว่าความรักเป็นเรื่องสำคัญที่สุดในชีวิต) เพราะนั่นเป็นเพียงจิตใต้สำนึก ที่กำลังออกคำสั่ง ให้คุณทำตามเท่านั้น การคิดเชิงบวกยังรวมถึงการไม่คิดเข้าข้างตัวเอง เพราะการคิดเช่นนั้น จะ ทำให้คุณคิดเองเออเองไปเสียทุกอย่าง และถ้าไม่ได้เป็นไปอย่างที่คุณคิด คุณก็อาจจะเจ็บตัวเจ็บใจเอาได้ ง่ายๆ

เลิกมองตัวเองในแง่ร้าย
       หลังจากที่คุณปรับความคิดในเรื่องของความรักแล้ว สิ่งที่คุณควรกระทำต่อมาคือการหยุดมองตัวเองใน แง่ร้าย ขั้นตอนนี้เราสังเกตได้ง่ายมาก เช่น ถ้าคุณกำลังวิตกว่าคุณดูอ้วนไป ผอมไป หรืออะไรก็ตามแต่ความคิด ที่จะตามมาก็คือ 'แล้วเขาจะรักฉันไหม?' ลองละทิ้งผลลัพธ์ที่เกิดขึ้นในหัวของคุณเสียหน่อยดีกว่า เพราะอย่าง น้อยๆ อาจจะทำให้คุณได้หยุดมองตัวเองอย่างที่คุณเป็น และไม่ดูถูกตัวเอง จากสถิติที่ผ่านมาผู้หญิง ถึงร้อยละ เก้าสิบคิดเอาเองก่อนทั้งนั้น ว่าเราต้องสวยเขาถึงจะรัก ทางแก้ของการมองตัวเองในแง่ร้ายก็คือ ต้องวางเป้า หมายของเราให้ชัดเจน อย่างเช่น ถ้าคุณอ้วนไปและจะลด น้ำหนักก็เพื่อสุขภาพของตัวเอง ที่สำคัญที่ สุดคือ อย่าหวาดหวั่นกับคำพูดใดๆ และต้องเชื่อในคุณค่าของตัวเองอยู่เสมอ

จัดรูปแบบของความรัก
ิ         การจัดรูปแบบความรักที่ดีจะส่งผลให้คุณรู้คุณค่าของความรักรวมถึงตัวคุณเอง ซึ่งอาจจะคล้ายๆ กับการ วางแผนชีวิต เหตุผลทั้งหมดคือ เพื่อป้องกันตัวเอง และทำให้คุณเห็นค่าตัวเองมากขึ้น คุณอาจจะทำข้อตกลง กับตัวเอง โดยการแบ่งหัวใจของคุณเป็นวงกลม แล้วแบ่งวงกลมนั้นเป็นสี่ส่วนเท่าๆ กัน จากนั้นให้คุณจับจอง อัตราสามในสี่ ส่วนเป็นของคุณ และหนึ่งส่วนที่เหลือคือ พื้นที่ของเขา สิ่งสุดท้ายคือการเขียนข้อตกลงของตัว คุณเอง เช่น ถ้าเราทะเลาะกันฉันจะไม่เสียใจ หรือฉันจะพูดกับเขาด้วยเหตุผลในทุกๆ ครั้ง การจัดรูปแบบจะ ทำให้คุณไม่ลดค่าตัวเองลง ซึ่งคุณจะรู้เองว่าเมื่อคุณทำตามนั้นได้จริง คุณจะดูมีค่ามากแค่ไหน

อย่าเอา 'ความรัก' นำทาง
       ตัวอย่างเช่น ถ้าคุณกำลังเลิฟอยู่กับหนุ่ม A และเขาก็ดูรักคุณอย่างเหลือกำลัง พร้อมมี ดอกไม้ช่อใหญ่ให้ คุณในทุกๆ เช้า คุณสามารถตอบรับกับสิ่งที่หนุ่ม A ทำให้กับคุณได้ด้วยการแสดงออกแต่พองาม เช่น การ ส่งการ์ดขอบคุณให้เขา ด้วยข้อความที่ว่า 'ขอบคุณสำหรับดอกไม้ค่ะ' หรืออะไรสั้นๆ ทำนองนี้ จะทำให้เขา รู้ว่าคุณก็สนใจเขา แต่ก็ไม่ถึงกับคลั่งไคล้จนเกินเหตุ อย่าลืมว่าถ้าคุณมัวแต่หลงระเริงกับความสุขที่ได้จนมาก เกินไป นั่นอาจจะทำให้คุณอ่อนแอที่สุด และเมื่อคุณยับยั้งไม่ให้ความรักมาอยู่เหนือใจตัวเองแล้ว ทุกสิ่งทุก อย่างจะดูเป็นเรื่องปกติ ทั้งยังทำให้คุณดูดี ไม่เป็นที่ตำหนิในสายตาคนอื่นๆ อีกด้วย

หนักแน่นเข้าไว้
        ถ้าคุณเชื่อมั่นในตัวเองและได้ผ่านกระบวนการทั้งสี่ข้อที่ว่ามาแล้ว ความหนักแน่นจะเกิดกับคุณ ไม่ว่าจะ เรื่องราวใดๆ ที่ทำให้คุณผิดหวังหรือทำให้คุณเสียใจ คุณจะผ่านมันไปได้อย่างที่คุณอาจจะแปลกใจ ต้องมั่น ใจด้วยว่าไม่ว่าเรื่องอะไรจะเกิดขึ้นก็ตาม คุณจะเผชิญกับปัญหา นั้นไหว ความหนักแน่นเท่านั้นที่จะสามารถ ทำให้คุณยืนแล้วสู้กับทุกสิ่งได้

       เมื่อใดก็ตามที่สติของคุณเริ่มไม่อยู่กับตัว จำเอาไว้ว่า ความสามารถของการรักตัวเอง ก็จะลดลงไปด้วย ทางที่ดีคุณควรรักษาความซื่อสัตย์ที่เกิดกับตัวเอง และควบคุมเหตุผลให้ อยู่เหนืออารมณ์ให้ได้ในทุกๆ วินาที เพียงแค่นี้คุณก็จะรักตัวเองและเข้าใจตัวเอง อย่างที่ คุณก็ไม่เคยคิดมาก่อนว่าจะเกิดกับคุณได้

 

ปล.ไม่ใช่ว่ารักตัวเองไม่เป็นหรอกนะคะแต่บางทีเราก้อลืมที่จะรักตัวเอง เพราะว่ามันแต่ไปรักและใส่ใจอีกคนมากกว่าตัวเอง......

 

credit :  บทความจาก tlcthai